ที่เที่ยวอาหรับ

ที่เที่ยวอาหรับ อิรักประเทศแห่งอารยธรรม ในดินแดนตะวันออกกลาง ที่มีประวัติศาสตร์มากกว่าพันปี และสถานที่ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น ในดินแดนแห่งนี้

ที่เที่ยวอาหรับ อิรักประวัติ เป็นอย่างไร ?

ที่เที่ยวอาหรับ นับว่าเป็นอีกประเทศหนึ่ง ในตะวันออกกลางที่ มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มาตั้งแต่ยุค เมโสโปเตเมีย (Mesopotamia) ซึ่งถือว่าเป็นอาณาจักรแรกๆ ของโลกที่มีความเจริญรุ่งเรือง และเป็นผู้มีวิทยาการต่างๆ ที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิด ให้กับทุกวันนี้ด้วยนั้นเอง อาณาจักรเมโสโปเตเมียนั้น มีที่ตั้งอยู่ในตะวันออกกลาง เกิดจากการรวมตัวกัน

ของชนเผ่าเร่ร่อนที่กระจัดกระจาย อยู่ท่ามกลางทะเลทราย หรือแม้กระทั่งชาวพ่อค้า ที่เดินทางไปมาระหว่างเอเชียกลางนั้นเอง แต่แล้วภายหลังอาณาจักรเมโสโปเตเมีย ได้ตกอยู่ภายใต้การปกครอง ของอาณาจักรบาบิโลนในเวลาต่อมานั้นเอง ด้วยพื้นเพนั้นดินแดนเมโสโปเตเมีย

มีแม่น้ำอยู่สองสายคือ แม่น้ำไทกริส (Tigris) และแม่น้ำยูเฟรติส (Euphates) นับว่าเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ที่สุดในดินแดนระแวกแหงนี้ จึงทำให้เกิดอาณาจักรขึ้นมาใหม่เช่น อาณาจักรซูเมอร์ (Sumerian Civilization)

อาณาจักรบาบิโลเนีย (Babylonia) อัสซีเรีย (Assyria) มีเดีย (Media) เป็นต้น ในช่วงศตวรรษที่ 8 อิรักได้ตั้งเมืองหลวงขึ้นมาในชื่อ กรุงแบกแดด และต่อมาในปี ค.ศ. 1453 ชาวเติร์กมีความเข้มแข็ง และได้แผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วทั้ง ที่เที่ยวต่างแดน

ตะวันออกกลางนั้นเอง ทำให้ในที่สุดอิรักก็ตกอยู่ในการ ครอบครองของอาณาจักรออตโตมัน (Ottoman) แต่ต่อมาหลังจบ สงครามโลกครั้งที่ 1 อาณาจักรออตโตมัน ได้ล้มสลายไปได้ที่สุด

ทำให้อิรักนั้นเป็นเอกราชในที่สุด และได้เปลี่ยนแปลงระบบใหม่ ป็นการปกครองที่ใช้ระบบสภา และมีประมุขเป็นประธานาธิบดี จึงทำให้เกิดการปฎิวัติ โค่นล้มระบบกษัตริย์ดั่งเดิม ที่ปกครองมานับพันปีนั้นเอง 

ที่เที่ยวอาหรับ

 

ที่เที่ยวอาหรับ อิรักมีสงครามกลางเมือง เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

หลังจากที่อิรักได้ก่อตั้งประเทศขึ้นมา รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงระบอบ การปกครองที่เปลี่ยนจาก ระบบกษัตริย์มาเป็นประชาธิปไตย โดยมีประธานาธิบดี เป็นประมุขของประเทศนั้นเอง โดยประธานาธิบดีคนแรกนั้นคือ Abdul Karim Qassim และต่อมาที่ทั่วโลกนั้นรู้จัก นั้นก็คือ ประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซน ที่นับได้ว่าทุกคนทั่วโลกต่างรู้จักแน่นอน ในแง่การปกครองที่ใช้ระบบเผด็จการ มีประชาชนได้รับผลกระทบ

จากการปกครองของเขา ในช่วงเวลาหลายสิบปีนั้นเอง นอกจากนั้นยังมีการทำสงคราม กับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเป็นการ แผ่ขยายอิทธิพลนั้นเองที่เรารู้จักกันในชื่อ สงคราม 8 ปี กับประเทศอิหร่าน และสงครามอ่าวเปอร์เซีย โดยชนวนแห่งการล้มสลาย ของซัดดัม ฮุนเซน

ที่สหประชาชาติต่างลงนามคว่ำบาตร กับประเทศอิรัก ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการค้า หรือเศรษฐกิจ จึงทำให้ประชาชนในประเทศ ยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก และนอกจาก นี้อิรักเอง มีอาวุธชีวภาพที่ร้ายแรง จึงทำให้ประเทศตะวันตก ได้เข้าแทรกแซง ภายใต้การนำของประเทศสหรัฐอเมริกานั้นเอง

จนกระทั่งในที่สุดอิรักก็ไม่สามารถ ต้านกำลังมหาอำนาจได้นั้นเอง จึงทำให้ปี 2003 เดือนมีนา กองทัพสหประชาชาติ ได้โค่นล้มผู้นำอย่าง ซัดดัม ฮุสเซน ลงได้จึงทำให้จอมเผด็จการ แห่งอิรัก ต้องรับโทษไปในที่สุด จากการกระทำของเขานั้น จึงทำให้ตัวของเขาได้รับโทษ ที่เที่ยวทั่วโลก

ประหารชีวิตโดยการแขวนคอในที่สุด นับว่าอิรักเองได้ผ่านพ้นความขัดแย้ง ที่มีอยู่มานานลงได้ แต่ในปัจจุบันความขัดแย้งเรื่องเชื้อชาติ หรือศาสนาก็ยังคงอยู่ รวมถึงความรุนแรง ที่เกิดขึ้นใจกลางเมืองอยู่บ่อยๆ ผู้คนในประเทศต่างเหมือนเป็นแพะ ที่อยู่ในท่ามกลางวิกฤติแห่งนี้ และคาดหวังว่าทุกอย่างจะสงบสุขนั้นเอง

ที่เที่ยวอาหรับ

อิรักสถานที่ท่องเที่ยว มีอะไรบ้าง ?

อิรักนั้นเป็นประเทศ ที่มีอารยธรรมโบราณ มาตั้งแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์ นับพันปีนั้นเอง ทำให้มีโบราณสถานเกิดขึ้น ทั่วประเทศอิรักนั้นเอง เหตุเพราะในอดีตความรุงเรือง ของอาณาจักรเมโสโปเตเมีย หรือ บาบิโลเนีย นั้นทำให้เกิดสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ รวมถึงศาสนา เทพทางความเชื่อในอดีต นอกจากนี้พื้นที่โดยรอบ เต็มไปด้วยทะเลทราย ที่กว้างใหญ่ด้วยนั้นเอง สถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นไฮไลด์

ที่เราแนะนำสถานที่แรกคือ สวนลอยฟ้าแห่งบาบิโลน (Hanging Gardens of Babylon) เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยในบันทึกโบราณยังการกล่าวถึง การใช้แรงงานคนนับแสน ในการก่อสร้างที่แห่งนี้ รวมถึงใช้เวลาหลายทศวรรษด้วยเช่นกัน กว่าจะได้สิ่งก่อสร้าง

ที่นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ในโลกโบราณเลยก็ว่าได้ ด้วยปัจจุบันนั้นคงเหลือไว้ แค่เศษซากนั้นก็เพราะ ผลมาจากแผ่นดินไหว ทำให้โบราณสถานแห่งนี้ พังลงมานั้นเอง แต่ก็ครั้งหนึ่งสวนลอยฟ้าแห่งนี้ เคยยิ่งใหญ่สมชื่อเป็นเมืองสวรรค์เลยทีเดียว สถานที่ต่อไป เนินปราสาทเออร์บิล (Erbil Citadel)

ปราสาทแห่งนี้ เป็นเขตปกครองตนเองของ เคอร์ดิสถาน (Kurdistan Autonomous Region) ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างมาแล้วกว่า 8,000 ปีเลยทีเดียว แต่ได้รับการบูรณะเรื่อยมา จึงทำให้มีสภาพที่ยังคงสมบูรณ์ และเหมือนเป็นเมืองป้อมปราการลอยฟ้า

นอดีตนั้นเมืองแห่งนี้ ถูกจัดให้เป็นเมืองที่โจมตีได้ยากด้วยนั้นเอง เราไปกันต่อที่ มหามัสยิดแห่งเมืองซามาร์รา (Great Mosque of Samarra) นับว่าเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย มันยิดแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับ เมืองนครโบราณซามาร์รา ด้วยแรงศรัทธาของศาสนา ที่เที่ยวเมืองนอก

จึงทำให้เกิดสิ่งก่อสร้างนี้ขึ้นมา ความใหญ่โตของ มัสยิดนั้น จะต้องเดินไปถึงยอดบนสุด เพื่อเข้าไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่อย่างมาก นอกจากนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก จึงทำให้นักท่องเที่ยวต่างพากันมา ชมกันอย่างหนาแน่น

สถานที่สุดท้ายคือ ซิกกูรัตแห่งเออร์ (Ziggurat of Ur) สถานที่แห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ อูร์ นัมมู (Ur Nammu) ผู้ปกครองแห่งอาณาจักร เมโสโปเตเมีย มีอายุราว 4,000 ปีได้ สถานที่แห่งนี้เปรียบเหมือน เป็นพระราชวังของกษัตริย์ ที่มีความยิ่งใหญ่ด้วยสถาปัตยกรรม และปติมากรรมลวดลายต่างๆ

ล้วนมีคุณค่าทางด้านศิลปะ จึงทำให้ดึงดูดนักท่องเที่ยว มาเที่ยวที่นี้ตืดเป็นอันดับ 2 ของประเทศอีกด้วย ถึงแม้กาลเวลาจะผ่านไปหลายพันปี สถานที่แห่งนี้ยังคงตั้งอยู่ ท่ามกลางทะเล ทราย และมีมนต์ขลังแฝงอยู่ในที่นี้แห่งนั้นเอง

สถานที่ท่องเที่ยว ของอิรักไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวโบราณสถาน อีกมากมายที่นับว่าประเทศอิรักนั้น มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ที่สุดในโลกด้วยนั้นเอง

ปัจจุบันอิรักเป็นอย่างไรบ้าง?

หลังจากการเปลี่ยนแปลง ระบอบการปกครองที่โค่นล้มกษัตริย์แล้ว อิรักแถบอยู่ในท่ามกลางสงคราม ความขัดแย้งมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือ สงครามเย็น ประเทศในแถบตะวันออกกลางนั้น ย่อมเหมือนเป็นเครื่องกันชน ของเหล่าฝ่ายอำนาจตะวันตก ที่เข้ามาแทรกแซง และให้เป็นตัวแทนในการสู้รบนั้นเอง แต่ภายหลังสิ้นสงครามเย็น ปัญหาต่างๆยังคงถูกทิ้งเอาไว้ นักรบชนกลุ่มต่างๆ

ที่เคยได้รับการสนับสนุนจากมหาอำนาจโลกตะวันตก ต่างขัดแย้งกันในเรื่องอำนาจ จึงกลายเป็นสงครามกลางเมือง ที่กระทบไปถึงประชาชน และความสงบสุขในประเทศ เพราะด้วยความเชื่อที่แตกต่างกัน หรือเชื้อชาตินั้นเองที่ ในอดีตนั้นผู้คนในดินแดนนี้ ล้วนมาจากหลากหลาย

ชนเผ่าเร่ร่อนที่อาศัยอยู่ในตะวันออกกลางนั้นเอง จากความขัดแย้งในอดีต นำพามาสู่ปัญหาในปัจจุบัน แต่อิรักเองก็ได้รับการสนับสนุน จากนานาชาติหลังหมดสิ้นอำนาจ ของนายซัดดัม ฮุสเซน ทำให้การพัฒนาในประเทศดีขึ้น ที่เที่ยวสวยงาม

รวมถึงปัญหาเรื่องชนชาติ หรือเขตแดนต่างๆนั้น ต่างได้รับการบรรเทาเพื่อให้ลดปัญหา และนำไปสู่การพัฒนาอย่างที่ควรจะเป็น เพราะด้วยอิรักเองเป็นดินแดน ที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้การสร้างหรือพัฒนาจึงไม่ลำบากเท่าไรนั้นเอง

สรุปการเดินทางท่องเที่ยวอิรักเป็นอย่างไร?

ประเทศที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และอารยธรรมโบราณ ที่ชวนให้เราหลงใหลและศึกษามัน การเดินทางในประเทศนั้น อาจจะต้องใช้เวลามากเป็นพิเศษ เพราะด้วยความห่างไกล ของระยะทางรวมทั้ง ถนนหนทางที่เต็มไปด้วย ลมร้อนของทะเลสายในตลอดเส้นทาง แต่เมื่อถึงการเดินทางนั้น ทำให้เราลืมนึกคิดถึง การเดินทางเลยนั้นเอง ความสวยงามหรือประวัติอันยิ่งใหญ่ ของแต่ละสถานที่รวมทั้ง

จุดบริการนักท่องเที่ยว ที่ทำให้การท่องเที่ยว ในอิรักนั้นไม่น่าเบื่ออย่างที่คิดแน่นอน นับว่าเป็นประเทศที่ ควรค่ามาท่องเที่ยวศึกษาประวัติศาสตร์ อันเป็นต้นกำเนิดอารยธรรมต่างๆ ในเวลาต่อมานั้นเองจึงทำให้มองว่า อิรักเป็นประเทศที่มีทรัพยากร

รวมทั้งประวัติศาสตร์ประเทศ ที่มีคุณค่ากับประเทศอย่างมาก โดยที่ตั้งดั่งเดิมเป็นของอารยธรรมเก่าแก่ ที่เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบ ของวิทยาการต่างๆ ให้กับโลกโบราณในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ โดยฉพาะการปกครอง ทัวร์อาหรับ

ที่เริ่มมีการรวมตัวของประชากร จนกลายเป็นสังคมเมืองนั้นเอง หรือแม้กระทั่งการจัดตั้งกองทัพ ขบวนรบในสงคราม นั้นเอง หากใครที่ชื่นชอบศึกษาประวัติศาสตร์ ประเทศอิรักแห่งนี้นับว่าห้ามพลาด

วัฒนธรรมมองโกเลีย