ทัวร์อาหรับ จอร์แดนประวัติ เป็นอย่างไร?

ทัวร์อาหรับ ในช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์นั้น จอร์แดนเป็นพื้นที่ มีประวัติศาสตร์มากมาย ไปตั้งแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์ เพราะดินแดนในแถบนี้ เป็นเส้นทางการค้าและ ยังมีพรมแดนติดกับประเทศ อียิปต์ อิรัก ซีเรีส เลบานอน อิสราเอล ซึ่งดินแดนในแถบนี้มีชื่อเรียกว่า เลแวนท์ Lavant (มาจากภาษาละตินที่แปลว่า rise)

ชาวจอร์แดนยังเชื่ออีกว่าในดินแดน ประเทศของเขายังเป็นทางผ่านของ โมเสส (Moses)  ชายชาวยิวที่ตามหาคัมภีร์ใบเบิ้ลเก่า และยังพาชาวยิวหนีออกจากดินแดนอียิปต์ แล้วได้สร้างตำนาน แหวกทะเลแดงเพื่อที่จะเดินผ่าน ดินแดนจอร์แดนเพื่อเดินทางไปยังอิสราเอล แต่ว่าโมเสสได้เสียชีวิตลงเสียก่อน ที่ภูเขาเนโบ (Mount Nebo)

ภายในเขตของจอร์แดนปัจจุบันนั้นเอง ชาวจอร์แดนในอดีตนั้นมีด้วยกันหลากหลายเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็น ชาวยิว ชาวโรมัน และชาวแผ่าท้องถิ่นต่างๆ ชาวโรมันเองได้มีอิทธิพลในดินแดน

แถบนี้เป็นอย่างมาก สังเกตได้จากโบราณสถาน ที่มีมากมายในประเทศแห่งนี้ หากใครได้เที่ยวชมนั้น ให้ความรู้สึกของผู้มาชมนั้น เหมือนอยู่ในประเทศอิตาลี ด้วยอิทธิพลของอาณาจักรโรมัน

ได้กลายมาเป็นอารยธรรม และรากฐานที่การปกครอง จวบจนมาถึงปัจจุบันนี้ ที่ประเทศจอร์แดนยังคงปกครองด้วยระบอบ ราชาธิปไตยกึ่งภายใต้รัฐธรรมนูธ จอร์แดนเองนับว่ามีเมือง

และสถานที่โบราณ เป็นจำนวนมากซึ่งเป็นการ บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองในดินแดนแถบนี้ ที่เป็นเส้นทางการค้าของ ดินแดนอาหรับแห่งนี้นั้นเอง ภายหลังอาณาจักรโรมันล้มสลาย

การเข้ามาถึงของศาสนาอิสลาม มาพร้อมกับพ่อค้าและนักเดินทางในแถบนั้นเอง ความเชื่อศาสนาอิสลามได้แพร่หลาย ออกไปยังประเทศต่างๆในภูมิภาคแห่งนี้ จึงทำให้จอร์แดนนับถือศาสนาอิสลาม เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

ทัวร์อาหรับ จอร์แดนมี อารยธรรมเก่าแกมากมายได้อย่างไร?

ด้วยดินแดนในแถบนี้นั้น เป็นเส้นทางผ่านของพ่อค้าตะวันออก ประเทศจอร์แดนเอง เกือบเป็นประเทศที่ไม่มีพรมแดนติดทะเล มีเพียงทะเลแดงที่ติดกับดินแดนอิสราเอล ที่สามารถเชื่อมจอร์แดนกับโลกภายนอกได้ เมื่อเริ่มแรกยุคก่อนประวัติศาสตร์ จักรวรรติโรมันอันเกรียงไกร ได้ควบคุมดูแลเมืองต่างๆ และยังได้ทิ้งมรดกทางวัฒนธรรม

ให้กับประเทศจอร์แดนด้วย เสาหินวิหารหรือคฤหาสน์ ในแบบสไตล์โรมัน อย่าง อาณาจักรนาบาเทียน (Nabataean) อาณาจักรของชาวพื้นเมือง ที่มีศูนย์กลางอยู่ในหุบเขาทะเลทราย

ชาวนาบาเทียนได้รวมตัวกัน จากการ สร้างที่พักของคาราวานพ่อค้า ในดินแดนทะเลทรายแห่งนี้ จนเกิดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่มีชื่อว่า เพตรา (petra) อาณาจักรแห่งนี้รุ่งเรืองในช่วง 300 -200 ปี

ก่อนคริสต์ศักราช ปัจจุบันเพตราเป็นสถานที่ท่องเที่ยว อันมีชื่อของประเทศจอร์แดน ผู้คนต่างหลั่งไหลมาดูความมหัศจรรย์ ของเมืองที่ถูกสร้างขึ้นในหุปเขา ผ่านการขุดเจาะและแกะสลัก หุบเขาให้กลายเป็นเมือง

ที่อยู่ภายใต้หุบเขาแห่งนี้ ในครั้งหนึ่งดินแดนแถบนี้ต้องรับมือกับผู้รุกราน ที่มีความแข็งแกร่งอย่างมาก นั้นคือชาวมองโกล ภายใต้การนำของ เจงกิสข่าน ที่สามารถยึดดินแดนของจอร์แดน ได้ในบางส่วน

ต่อมานอกจากอารยธรรมโรมันแล้ว ยังได้รับอิทธิพลจาก โลกอาหรับอยอย่าง อาณาจักรออตโตมัน ที่มีอิทธิพลกับดินแดนตะวันออกกลาง ในช่วงเวลาต่อมา ทำให้ดินแดนแถบนี้ ได้รับอิทธิพลทางการปกครอง

และระบบเศรษฐกิจจากการอยู่ภายใต้ อาณาจักรออตโตมัน จนกระทั่งอาณาจักรออตโตมันล้มสลายลง ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในประเทศ และได้สร้างประเทศขึ้นมาใหม่ เป็นจอร์แดนในทุกวันนี้

ทัวร์อาหรับ

จอร์แดนสถานที่ท่องเที่ยว มีอะไรบ้าง?

ไม่ว่าโบราณสถานเก่าแก่ของจอร์แดน หรือ ศิลปวัฒนธรรม ที่เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของการท่องเที่ยว จอร์แดนเองมีสถานที่น่าสนใจ ที่ทางเราแนะนำ สถานที่ที่เป็นไฮไลท์ของจอร์แดน ที่แรกนั้นคือ เมืองพันเสา เจราช (Jarash) เป็นดินแดนอันเก่าแก่ ในยุคสมัยโรมัน สังเกตได้จากเสาที่ยังคงสภาพสบูรณ์ ถึงแม้โครงสร้างจะเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ด้วยชื่อเมืองพันเสา จึงทำให้ที่นี้มีเสาสไตล์ศิลปโรมัน วิหารแห่งเฮอร์คิวลิส หลงเหลือเพียงเสา และโครงประตูเท่านั้น สถานที่ต่อไปคือ ทะเลสาบเดดซี

ถือได้ว่าเป็นทะเลที่ มหัศจรรย์อย่างมากเพราะ ทะเลแห่งนี้สามารถลอยตัวได้ เหตุผลที่ลอยตัวได้นั้นเพราะ น้ำทะเลของที่นี้มีเกลือมากกว่า น้ำทะเลโดยทั่วไปถึง 30% จึงทำให้เกิดความเข้มข้นของเกลือ

ภายใต้ความสวยงามของที่นี้ น้ำทะเลแห่งนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิต ด้วยน้ำทะเลที่เค็มมากๆ สัตว์น้ำไม่สามาถทนต่อระบบนิเวศแบบนี้ได้ รวมถึงอย่าให้น้ำนั้นเข้าตาและปากเด็ดขาด แต่ความสวยงามของที่นี้

นั้นถือว่าคุ้มค่าอย่างมาก ชายหาดที่สวยและพร้อมด้วยรีสอร์ท ที่มีหลายราคาด้วยเช่นกัน เราไปกันต่อที่ ทะเลทรายวาดิลัม การได้มาเที่ยวที่นี้ เหมือนเราได้มาตามล่าหาสมบัติ กันในทะเลทรายเหมือนในหนัง

ทะเลทรายสีแดงเมือง วาดิรัม ที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ถึง 8,000 ปี ก่อนคริสต์กาลและได้รับฉายาว่า หุบเขาแห่งพระจันทร์ ที่นี้มีกิจกรรมขี่อูฐชม ความสวยงามที่แห่งนี้ รวมถึงปีนเขา เพื่อชมความงามมุมสูงของบริเวณแห่งนี้

นับว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่น่าสนใจอย่างมาก สถานที่สุดท้ายนั้นคือ ภูเขาเนโบ นับว่าเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนา และประวัติศาสตร์อีกด้วย เพราะภูเขาลูกนี้เป็นเส้นทางผ่าน ของบุคคลสำคัญทางศาสนาอย่าง โมเสส

ทีเป็นผู้นำชาวยิวเดินแหวกทะเลแดง กลับดินแดนอิสลาเอล ปัจจุบันภูเขาลูกนี้ได้ สร้างแท่นหินสลักเรื่องราว รวมทั้งตำแหน่งชี้เส้นทางในอดีต ที่เป็นพรมแดนจอร์แดนกับอิสลาเอล สถานที่ท่องเที่ยวของจอร์แดน ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ประเทศนี้ยังคงมีสถานที่ท่องเที่ยว ทางประวัติศาตร์อันเก่่าแก่มากมาย ที่รอให้นักท่องเที่ยว ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวในแบบการผจญภัย นับว่าห้ามพลาด

เหตุใดจอร์แดน จึงมีพื้นที่ทางประวัติศาสตร์เยอะ?

ดินแดนแถบนี้ที่ชื่อว่า เลแวนท์ นับว่าเป็นดินแดนที่มีความกว้างใหญ่อย่างมาก และยังเป็นเส้นทางการค้าระหว่าง อาณาจักรอียิปต์และอื่นๆโดยรอบ จึงทำให้ได้รับวัฒนธรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะมาจากทางตะวันออก หรือตะวันตก ที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ สินค้าต่างๆจากเอเชียด้วยเส้นทางสายไหมจากจีน ต้องเดินทางผ่านมาเส้นทางนี้

เพื่อเข้าสู่ดินแดนตะวันออกกลาง ที่ถือว่าเป็นดินแดนแห่งทรัพยากรธรรมชาติ นักประวัติศาสตร์ ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า ดินแดนทะเลทรายในแถบนี้ ยุคก่อนหลายล้านปี ดินแดนแถบนี้เป็นทะเล

และอุดมสมบูรณ์อย่างมาก แต่ด้วยการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก และการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย ทำให้ดินแดนแห่งนี้แห้งแล้ง กลายเป็นทะเลทรายจนมาถึงปัจจุบัน แต่ด้วยซากพืชซากสัตว์

ที่ถูกทับถมมาเป็นเวลาหลายล้านปี จึงมีทรัพยากรจำพวกน้ำมัน ทองคำ เพชรและอัญมณี ทำให้ดินแดนแห่งนี้ จึงมีทรัพยากรที่สมบูรณ์ ด้วยความเจริญทางการค้า มีมาแต่โลกโบราณทำให้

ดินแดนแห่งนี้จึงมีประวัติศาสตร์อารยธรรม ที่เกิดขึ้นก่อนดินแดนอื่นๆ จึงทำให้จอร์แดนมีพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เกิดขึ้นมากมายหลายช่วงเวลา ในไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์โลก จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าดึงดูดให้มาชมความยิ่งใหญ่ ของอาณาจักรต่างๆในอดีต

ทัวร์อาหรับ

สรุปการเดินทางมาเที่ยวจอร์แดนเป็นอย่างไรบ้าง?

จอร์แดนเป็นประเทศที่มี พื้นที่ทางประวัติศาสตร์ รวมถึงอารยธรรมที่เก่าแก่ ผสมผสานกับวัฒนธรรมประเทศรอบข้าง จึงทำให้มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่ชวนให้หลงไหล กับการเดินทางมาเที่ยวในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร และวิถีชีวิตผู้คนที่แตกต่างออกไปจาก ประเทศของเราที่เคยรู้จัก และความเคร่งครัดทางด้านศาสนา ที่ปลูกฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน

ทำให้ผู้คนของที่นี้มีศรัทธา ในความเชื่อเป็นอย่างมาก สถานที่ทางประวัติศาสตร์ต่างๆนั้น เหมือนเป็นสัญลักษณ์ ของความรุ่งเรืองในอดีต ที่ส่งผ่านสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ยังคงเหลือรอดจากกาลเวลา

ปัจจุบันยังคงได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี เพื่อเป็นมรดกให้กับคนในชาติ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ในการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกอย่างหนึ่ง ของประเทศจอร์แดน หากใครที่ได้มาเที่ยวจอร์แดน

แล้วละก็ต่างได้รับประสบการณ์ดีๆ ที่ครั้งหนึ่งเราได้มาขี่อูฐผจญภัยในทะเลทราย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทั่วไป ไม่สามารถทำได้โดยง่าย  จึงทำให้จอร์แดนเป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่มีความน่าสนใจในการ

เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศแห่งนี้ จึงทำให้ มองว่า จอร์แดน เป็นประเทศหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ อันเก่าแก่ยาวนานหลายพันปี และวัฒนธรรมที่น่าเสน่ห์อย่างหนึ่ง ของจอร์แดนที่พาให้เรา

ได้รับรสชาตินั้นผ่านอาหารท้องถิ่น สถาปัตยกรรมโบราณภายในเมืองต่างๆ นั้นล้วนได้อิทธิพลมาจาก จักรวรรดิออตโตมัน และธรรมชาติอันสวยงามของทะเล และชายหาดที่มีความสวยงาม

ในแบบตะวันออก มีจุดบริการท่องเที่ยว รองรับการเดินทางมาท่องเที่ยวได้สะดวก จึงทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ต่างเดินทางมาชมเสน่ห์ของจอร์แดน กันมากมาย หากใครที่ชื่นชอบ การท่องเที่ยวธรรมชาติในแบบตะวันออก รวมถึงศึกษาประวัติศาสตร์ นับว่าไม่ควรพลาดที่จะ มาท่องเที่ยวยังจอร์แดนแห่งนี้

เวียดนามน่าเที่ยว